55 กิโลเมตรแห่งความหวัง ฟังเสียงประชาชนผู้ลุกขึ้นปกป้องบ้านเกิด กับความฝันสู่รัฐธรรมนูญใหม่

 

"เหนื่อยไหมมันต้องเหนื่อยอยู่แล้ว เพราะว่ามันเป็นการเดินที่ระยะทางที่ไกลมากโดยที่เราไม่ได้เดินแบบนี้ในชีวิตประจำวันแล้วก็อากาศค่อนข้างร้อนด้วย แต่ก็ยังสู้ และก็ยังไหว พร้อมที่จะไปต่อเสมอ"
นี่คือคำยืนยันถึงการเดินหน้า "เดิน" ต่อเนื่องของ มณีนุด อุทัยเรือง กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได หลังร่วม "เดินเปลี่ยนอนาคต" ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนจาก จ.อยุธยามาจนเข้าเขตกรุงเทพฯ และใกล้ถึงจุดหมายที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่
มณีนุดเล่าว่าก่อนที่จะเรียกร้องเรื่องรัฐธรรมนูญ เธอได้เคยต่อสู้ในพื้นที่ ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ที่กลับบ้านและร่วมสู้กับคนรุ่นพ่อแม่ เพื่อยืนยันถึงสิทธิชุมชนพร้อมร่วมปกป้อง “ผาฮวก” และผืนป่าดงมะไฟซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรของชุมชนจากการทำเหมืองหินที่ริดรอนสิทธิของชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านลุกขึ้นมารวมตัวกันต่อสู้คัดค้านการทำเหมืองมานานกว่า 30 ปี จนสุดท้ายเหมืองได้ปิดตัวลงด้วยสองมือสองเท้าของประชาชน จากการร่วมเดินเท้ากว่า 67 กิโลเมตรเพื่อกดดันให้ปิดเหมือง
อย่างไรก็ตาม มณีนุดบอกว่าสุดท้ายแล้วต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้นยาวนานมาจากรัฐธรรมนูญที่ไม่มีประชาชนในสมการ
"ส่วนสุดท้ายแล้วต้นตอของปัญหาการเกิดเหมืองที่มันไม่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมาจากรัฐธรรมนูญที่มันไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับชาวบ้านตัวเล็กตัวน้อยที่จะมีอำนาจในการจัดสรรทรัพยากรในบ้านตัวเอง" มณีนุดกล่าว
สิ่งนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันไดต้องออกมาร่วมเดินเปลี่ยนอนาคตในครั้งนี้
"เพราะว่าเราต้องการที่จะมีรัฐธรรมนูญใหม่ที่มันให้อำนาจแก่เราในการจัดสรรทรัพยากรบ้านตัวเอง จัดสรรสิ่งแวดล้อมธรรมชาติทุกสิ่งทุกอย่างที่ดินของบ้านตัวเอง อำนาจของประชาชนมันไม่มีอยู่ในนั้น เราไม่มีสิทธิ์ที่จะออกแบบบ้านตัวเองเลย การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เราไม่มีสิทธิ์อย่างแท้จริงในการแสดงออก แสดงความคิดเห็น หรือมีส่วนร่วมในการออกแบบใด ๆ ต่าง ๆ หรือแม้แต่ที่ดินที่เราอยู่อาศัยทุกวันนี้ เราไม่ได้ถือครองมันอย่าง 100% เราไม่ได้มีความมั่นคงในที่ดินเลย ที่เราอยู่ ที่เราใช้ ที่เรากิน เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญเนี่ยมันมีปัญหามากที่มันขาดอำนาจของประชาชน"
เธอมองว่ารัฐธรรมนูญจะต้องเป็นเครื่องมือสำหรับประชาชนที่ใช้ในการดำรงชีวิต ใช้ในการขับเคลื่อนชีวิตลูกหลานในอนาคต แต่ทว่าตอนนี้ประชาชนยังไม่มีอำนาจอยู่ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นประชาชนทุกคนมีความจำเป็นมากที่จะต้องมีส่วนร่วมในการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
"เราต้องการเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีอำนาจของประชาชนอยู่ในนั้น ที่เรามีส่วนในการร่าง มีส่วนในการบอกว่าอันนี้ควรจะมีอำนาจของเราอยู่นั้น เราควรมีสิทธิ์ในการพูด ในการออกแบบแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ได้"
มณีนุดยังได้ฝากไปยังรัฐสภาที่กำลังจะร่วมประชุมกันเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญว่ารัฐธรรมนูญเป็นของคนไทยทุกคน สส. และ สว. ควรจะฟังเสียงของประชาชนทุกคนว่าเขาต้องการอะไร และหากรัฐธรรมนูญมาจากประชาชนจริง ๆ ก็จะทำให้คุณภาพชีวิตของคนทุกคนดีขึ้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?