ตู้กดน้ำเพื่อประชาชน คนในวงงานและ จนท.รัฐสภา ใกล้เห็นผล หลังวิปวุฒิแนะสำนักเลขาฯพิจารณาจัดซื้อ รองรับ 'การมุ่งสู่การเป็นรัฐสภาสีเขียว'
.
ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาเมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา มีประเด็นรับทราบการมุ่งสู่การเป็นรัฐสภาสีเขียวของสำนักเลขาฯ โดยที่ประชุมรับทราบและขอความร่วมมือโดยขอให้สำนักเลขาฯพิจารณาจัดซื้อเครื่องกรองน้ำเพื่อรองรับกรณีที่ขอให้ สว.และบุคลากรใช้แก้วน้ำและขวดน้ำส่วนตัวเพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก
.
จากประเด็นดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่ดี และสอดคล้องกับข้อเสนอที่ผมเคยปรึกษาหารือในที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา เรื่องการพิจารณาติดตั้งตู้กดน้้าดื่มสะอาดเพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระของประชาชนผู้มาติดต่อและบุคลากรของสภาอย่างทั่วถึง และวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักเลขาฯ วุฒิสภา แจ้งความคืบหน้าประเด็นดังกล่าวว่าประธานวุฒิสภารับทราบและได้มอบหมายเลขาฯวุฒิสภา พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
.
ต่อกรณีปรึกษาหารือเรื่องการพิจารณาติดตั้งตู้กดน้ำดื่มสะอาดเพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระของประชาชนผู้มาติดต่อและบุคลากรของสภาอย่างทั่วถึง นั้น สืบเนื่องจากช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาผมได้รับเสียงสะท้อนจากผู้มาติดต่อที่รัฐสภาว่า ไม่ทราบว่ารัฐสภามีตู้กดน้ำดื่มสะอาดที่ใดบ้าง ไม่เพียงแต่ผู้มาติดต่อรัฐสภา คนในวงงานของสมาชิก สื่อมวลชนที่ประจำที่นี่ ตลอดจนบุคคลสำคัญของเรา ทั้งเจ้าหน้าที่สภา แม่บ้าน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ผมได้มีโอกาสสอบถามบางท่าน พบว่าสิ่งที่หายากในพื้นที่สภากว่า 4 แสนตารางเมตรแห่งนี้คือ “ตู้กดน้ำดื่ม” หากไม่ไปกดที่ตู้อภินันทนาการจากปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่อยู่ฝั่งผู้แทนฯ ที่ทราบว่ามีไม่กี่ตู้ และหากไปกดกันมากก็ต้องใช้เวลา ส่วนใหญ่ก็จะบอกว่า "ไปซื้อเอา"
.
สมมติว่าต้องซื้อดื่มวันละ 2 ขวด ขวดละ 8 เท่ากับ 1 วันต้องจ่าย 16 บาท เดือนหนึ่ง 20 วัน รวม 320 บาท เท่ากับค่าแรงขั้นต่ำ 1 วัน
.
หากเทียบมาตรฐานของสถานประกอบการที่เป็นเอกชน
.
ข้อ 1 (1) กฎกระทรวงว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2546 ของกระทรวงแรงงาน บัญญัติว่า “สถานที่ทํางานของลูกจ้าง ให้นายจ้างจัดให้มีน้ำสะอาดสําหรับดื่มไม่น้อยกว่า 1 ที่ สําหรับลูกจ้างไม่เกิน 40 คน และเพิ่มขึ้นในอัตราส่วน 1 ที่ สําหรับลูกจ้างทุก ๆ 40 คน”
.
ในครั้งนั้นผมจึงเรียนปรึกษาหารือผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้อง พิจารณาติดตั้งตู้กดน้ำดื่มสะอาดเพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนที่มาติดต่อและบุคลากรสภาฯ อย่างทั่วถึง เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้อำนวยสวัสดิการปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต และยังหนุนเสริมความมุ่งมั่นของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาที่จะเป็นสำนักงานสีเขียว (Green Office) ที่ทันสมัย โดยขาหนึ่งคือ Zero Waste มุ่งลดปริมณขยะให้ได้มากที่สุดด้วย ซึ่งขวดน้ำเองก็ถือเป็นขยะชนิดหนึ่งเช่นเดียวกัน
ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาเมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา มีประเด็นรับทราบการมุ่งสู่การเป็นรัฐสภาสีเขียวของสำนักเลขาฯ โดยที่ประชุมรับทราบและขอความร่วมมือโดยขอให้สำนักเลขาฯพิจารณาจัดซื้อเครื่องกรองน้ำเพื่อรองรับกรณีที่ขอให้ สว.และบุคลากรใช้แก้วน้ำและขวดน้ำส่วนตัวเพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก
.
จากประเด็นดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่ดี และสอดคล้องกับข้อเสนอที่ผมเคยปรึกษาหารือในที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา เรื่องการพิจารณาติดตั้งตู้กดน้้าดื่มสะอาดเพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระของประชาชนผู้มาติดต่อและบุคลากรของสภาอย่างทั่วถึง และวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักเลขาฯ วุฒิสภา แจ้งความคืบหน้าประเด็นดังกล่าวว่าประธานวุฒิสภารับทราบและได้มอบหมายเลขาฯวุฒิสภา พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
.
ต่อกรณีปรึกษาหารือเรื่องการพิจารณาติดตั้งตู้กดน้ำดื่มสะอาดเพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระของประชาชนผู้มาติดต่อและบุคลากรของสภาอย่างทั่วถึง นั้น สืบเนื่องจากช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาผมได้รับเสียงสะท้อนจากผู้มาติดต่อที่รัฐสภาว่า ไม่ทราบว่ารัฐสภามีตู้กดน้ำดื่มสะอาดที่ใดบ้าง ไม่เพียงแต่ผู้มาติดต่อรัฐสภา คนในวงงานของสมาชิก สื่อมวลชนที่ประจำที่นี่ ตลอดจนบุคคลสำคัญของเรา ทั้งเจ้าหน้าที่สภา แม่บ้าน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ผมได้มีโอกาสสอบถามบางท่าน พบว่าสิ่งที่หายากในพื้นที่สภากว่า 4 แสนตารางเมตรแห่งนี้คือ “ตู้กดน้ำดื่ม” หากไม่ไปกดที่ตู้อภินันทนาการจากปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่อยู่ฝั่งผู้แทนฯ ที่ทราบว่ามีไม่กี่ตู้ และหากไปกดกันมากก็ต้องใช้เวลา ส่วนใหญ่ก็จะบอกว่า "ไปซื้อเอา"
.
สมมติว่าต้องซื้อดื่มวันละ 2 ขวด ขวดละ 8 เท่ากับ 1 วันต้องจ่าย 16 บาท เดือนหนึ่ง 20 วัน รวม 320 บาท เท่ากับค่าแรงขั้นต่ำ 1 วัน
.
หากเทียบมาตรฐานของสถานประกอบการที่เป็นเอกชน
.
ข้อ 1 (1) กฎกระทรวงว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2546 ของกระทรวงแรงงาน บัญญัติว่า “สถานที่ทํางานของลูกจ้าง ให้นายจ้างจัดให้มีน้ำสะอาดสําหรับดื่มไม่น้อยกว่า 1 ที่ สําหรับลูกจ้างไม่เกิน 40 คน และเพิ่มขึ้นในอัตราส่วน 1 ที่ สําหรับลูกจ้างทุก ๆ 40 คน”
.
ในครั้งนั้นผมจึงเรียนปรึกษาหารือผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้อง พิจารณาติดตั้งตู้กดน้ำดื่มสะอาดเพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนที่มาติดต่อและบุคลากรสภาฯ อย่างทั่วถึง เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้อำนวยสวัสดิการปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต และยังหนุนเสริมความมุ่งมั่นของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาที่จะเป็นสำนักงานสีเขียว (Green Office) ที่ทันสมัย โดยขาหนึ่งคือ Zero Waste มุ่งลดปริมณขยะให้ได้มากที่สุดด้วย ซึ่งขวดน้ำเองก็ถือเป็นขยะชนิดหนึ่งเช่นเดียวกัน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น