ก่อน 'สวัสดิการ' ลงหลักปักฐาน เสนอ 4 ทางรอดกองทุนประกันสังคม
.
ผมเริ่มจาการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของประกันสังคม ที่หมายถึงสังคมที่ให้หลักประกันกับประชาชนในเรื่องของชีวิต สุขภาพ การทำงาน ซึ่งกองทุนประกันสังคมเป็นเพียงแค่หนึ่งในวิธีการในการให้สังคมเข้าถึงสิ่งที่เรียกว่า "สวัสดิการ" ซึ่งหากเราทำให้หลักการนี้ลงหลักปักฐานอยู่ในสังคมและทุกคนร่วมกันปกป้องได้ ท้ายที่สุดแม้ว่ากองทุนประกันสังคมจะขาดทุนทางการเงินเพียงใดแต่ก็เป็นสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ต่อประชาชน ดังนั้นหากกองทุนประกันสังคมจะล้มรัฐก็ต้องเข้าไปช่วยปกป้องรองรับ
.
อย่างไรก็ตามตราบใดที่ "สวัสดิการ" ยังไม่สามารถลงหลักปักฐานในสังคม เราจำเป็นต้องบริหารจัดการกองทุนประกันสังคมให้ไปต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สร้างหลักประกันทางสังคมให้กับทั้งผู้ประกันตนและผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้ประกันตน
.
ผมได้เสนอข้อพิจารณา 4 เรื่อง ในการทำให้ประกันสังคมไปต่อได้ ดังนี้
.
1) เพิ่มผลตอบแทนในการลงทุน : 10-20 ปี ที่ผ่านมาผลตอบของกองทุนประกันสังคมอยู่ที่ปีละ 3% ขณะที่กองทุนประกันสังคมประเทศอื่น ๆ อยู่ที่ราว 6-7% ซึ่งเป็นโจทย์ของกองทุนประกันสังคมไทยที่ต้องมองหาการลงทุนใหม่ ๆ แต่ต้องไม่ใช่การลงทุนที่เสี่ยงเกินไปตามกรอบแบบเสรีนิยมใหม่ ซึ่งสุดท้ายแล้วผลคือกองทุนจะไม่มีเสถียรภาพ ที่สำคัญจะต้องลงทุนในธุรกิจที่เคารพสิทธิแรงงาน ต้องใช้นโยบายการลงทุนเพื่อสร้างสวัสดิการแรงงานด้วย กล่าวคือต้องเลือกกลุ่มธุรกิจที่ให้หลักประกันว่าแรงงานจะมีสิทธิเสรีภาพในการใช้ชีวิตและการทำงานที่ดี รวมทั้งคำนึงถึงสิทธิการรวมตัวของแรงงาน
.
2) เพิ่มสวัสดิการ : ขยายฐานสมาชิกกองทุนฯ ด้วยการเพิ่มสวัสดิการเพื่อดึงดูดให้แรงงานนอกระบบกว่า 21 ล้านคนเข้าเป็นสมาชิก เพื่อให้ผู้ประกันตนมีชีวิตที่ดีขึ้นและคนใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้นและสะดวกขึ้น รวมถึงกองทุนฯ เองก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขยายสมาชิกด้วย ซึ่งจะยังผลถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกองทุนเช่นกัน
.
อีกส่วนหนึ่งที่กองทุนฯ สมารถขยายฐานสมาชิกได้คือแรงงานข้ามชาติ ซึ่งถูกหลายภาคส่วนดูถูกดูแคลนและมองเป็นภัยคุกคาม ปัจจุบันแรงงานข้ามชาติ 3 สัญชาติอยู่ในระบบประกันสังคมกว่า 1.43 ล้านคน อีกกว่าครึ่งยังไม่เข้าระบบ นี่ยังไม่รวมส่วนที่เป็นสิทธิบำนาญที่เขาไม่ได้รับ ซึ่งแรงงานทั้ง 3 สัญชาติที่อยู่ในระบบประกันสังคมกว่า 1 ล้านคน คนเหล่านี้มาช่วยเติมเงินให้ระบบประกันสังคมและระบบเศรษฐกิจด้วยซ้ำ ส่วนสถานรักษาพยาบาลหลายแห่งที่มีภาพผู้ใช้ใช้บริการจำนวนมากนั้น โจทย์ไม่ใช่แรงงานข้ามชาติมาเบียดบัง แต่เรามีสถานพยายาบาลไม่สอดคล้องกับประชากรที่ควรได้ตามสิทธิ กลับกลายเป็นว่าชนชั้นแรงงานต่างสัญชาติกันมาแย่งชิงสวัสดิการที่รัฐจัดสรรให้อย่างไม่เพียงพอ
.
3) ลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น : เช่น ที่มีการถกเถียงกันเรื่องปฏิทินซึ่งยังคงยืนยันเดินหน้าจัดทำด้วยงบ 50 ล้าน แม้มีการสำรวจความเห็นแล้วว่าคนส่วนใหญ่ไม่ต้องการก็ตาม ซึ่งผมเห็นว่ายุคปัจจุบันคนส่วนใหญ่ไม่ได้ดูปฏิทินแล้ว ทั้งยังมีผู้ประกันตนจำนวนมากที่ไม่เคยได้ปฏิทินเลย และงบประมาณ 50 ล้านบาทยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้อีกหลายอย่าง เช่น การลงทุนเพิ่มหรือจัดสวัสดิการเพิ่ม
.
4) ปิดช่องการทุจริต : เช่น การตรวจสอบการซื้อตึกที่แพงเกินจริงถึง 2 เท่าอย่างไม่สมเหตุสมผล
.
ทั้งหมดนี้ คือ 4 ทางรอดที่กองทุนประกันสังคมควรทำในห้วงที่เรายังไม่สามารถทำให้ "สวัสดิการ" ลงหลักปักฐานในประเทศไทย ประกันสังคมจึงเป็นเครื่องมือหนึ่งในการทำให้สวัสดิการอยู่ในสังคมไทย
.
นอกจากนี้ปลายปี 2566 เรามีปรากฏการณ์บอร์ดประกันสังคมที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งส่งผลให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น และกองทุนประกันสังคมต้องฟังเสียงประชาชนมากขึ้น ทำให้ปัญหาบางเรื่องที่เคยอยู่ในแดนสนธยาได้รับการเปิดเผย ผมจึงขอเรียกร้องให้คณะกรรมการชุดอื่น ๆ ในสำนักงานประกันสังคมต้องมาจากการเลือกตั้งโดยผู้ประกันตนโดยตรงเช่นกัน
.
ผมยังได้ฝาก 2 คำถามสุดท้ายไปยังกองทุนประกันสังคมและรัฐบาลคือ จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเพิ่มสัดส่วนเงินสมทบฝ่ายรัฐและเป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐจะเร่งจ่ายเงินสมทบที่รัฐค้างจ่ายกองทุนฯกว่าหมื่นล้านบาท เพื่อให้กองทุนฯ มีศักยภาพในการบริหารและนำไปลงทุน เพื่อประโยชน์สูงสุดในการสร้างสวัสดิการและสวัสดิภาพของคนในสังคม

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น