อย่าดูเบาภัยพิบัติ รัฐบาลต้องเร่งพัฒนาระบบเตือนภัย



วันนี้ (31 มีนาคม 2568) ผมร่วมอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้ที่ประชุมพิจารณากรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ในประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งพลตำรวจตรี รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร สว. เป็นผู้เสนอ
.
ผมเริ่มด้วยการให้กำลังใจให้ทุกฝ่ายที่เร่งช่วยเหลือผู้ติดค้างในซากอาคารโดยเร็วที่สุด ซึ่งแม้หลายฝ่ายกำลังดำเนินการแก้ไขสถานการณ์อยู่แต่ก็ยังมีบางประเด็นที่ต้องทบทวนกัน ทั้งเรื่องมาตรฐานการก่อสร้าง และการชดเชยเยียวยาแก่ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างเป็นธรรมและครอบคลุม

 
.
สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นสำหรับตึก สตง. นี้นอกจากข้อสงสัยในการก่อสร้างที่ได้มาตรฐานหรือไม่ และการดำเนินงานเป็นไปโดยสุจริตหรือเปล่า หากแต่ยังหมายถึงต่อให้ไม่มีแผ่นดินไหวเลยไซต์งานก่อสร้างนี้ก็มีความเสี่ยงเหตุอันตราย เท่ากับคนงานในพื้นที่ก่อสร้างเหล่านั้นทำงานในภาวะเสี่ยงมาโดยตลอดด้วย เช่นเดียวกับคนงานที่ก่อสร้างถนนพระราม 2 ที่ต้องตกอยู่ใต้ความเสี่ยง จึงต้องคำนึงถึงบทบาทการมีปากเสียงของคนงานที่ทำงานในความเสี่ยงให้มีบทบาทในการต่อรองและเป็นหูเป็นตา ซึ่งหากคนงานมีส่วนร่วมมากขึ้นจะบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นได้
.
อีกเรื่องที่ต้องทบทวนคือระบบการแจ้งเตือนของรัฐ ในวันนี้ยังปรากฎข่าวสารความตื่นตระหนกและร่องรอยความเสียหายในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ แต่เมื่อเกิดความตื่นตระหนกกลับไม่มีแหล่งข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือได้และทันท่วงที แม้เราไม่สามารถพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหวได้แต่การแจ้งเตือนได้ทันทีจะช่วยให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ในข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ รวมทั้งรับมือกับผลกระทบและอาฟเตอร์ช็อค
.
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีสัญญาณเตือนมาตั้งแต่ปี 2566 รอยเลื่อนสะกายบริเวณประเทศเมียนมาได้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดไม่ต่ำกว่า 6.0 ถึง 2 ครั้ง และประเทศไทยสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ เหตุการณ์นี้จึงไม่ใช่ครั้งแรก ฉะนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตระหนักถึงความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
.
ประการต่อมา นับตั้งแต่เหตุรุนแรงที่สยามพารากอน รัฐบาลดูเหมือนจะตื่นตัวกัยระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินหรือ Cell Broadcast โดยเมื่อ 5 ตุลาคม 2566 ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว. ดีอีเอส แถลงเดินหน้าการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัย (Emergency Alert) เตือนภัยฉุกเฉิน เร่งพัฒนาระบบ Cell Broadcast เตือนภัยอย่างครอบคลุมและรวดเร็วทันที แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นจริงกลับไม่ปรากฎ
.
ระบบ Cell Broadcast ไม่ใช่เพียงคำสัญญา แต่ยังปรากฏในงบประมาณด้วย โดยเมื่อพิจารณา พรบ. งบประมาณฯ พ.ศ. 2568 ในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะพบรายละเอียดงบฯโครงการพัฒนาระบบแจ้งเตือนผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยเป็นงบผูกพันจนถึงปี 2569 รวมแล้วอยู่ที่ประมาณ 269,997,000 บาท
.
นอกจากนี้ยังมีงบในส่วนของกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบงบฯ โครงการเครือข่ายสมรรถนะสูง ตรวจเฝ้าระวังแผ่นดินไหวและสึนามิ รวมแล้ว 271,227,600 บาท ซึ่งตั้งงบฯ ไว้ตั้งแต่ปี 2567 - 2569
.
จริงอยู่ที่มีการชี้แจงว่าระบบฯ จะเสร็จสิ้นในปลายไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ แต่ดูเหมือนรัฐบาลจะ “ดูเบา” แม้จะตั้งงบประมาณกับเรื่องนี้เอาไว้อย่างครอบคลุมตั้งแต่ปี 2567 ซ้ำกรมอุตุนิยมวิทยายังมีกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว แต่การเตือนภัยกลับไม่เกิดขึ้น เข้าใจว่าที่ทอดเวลาออกไปอาจจะเป็นการดูเบาปัญหา แต่ขณะนี้จะดูเบาไม่ได้อีกต่อไป มีแต่จะต้องเร่งสร้างระบบเตือนภัยโดยเร็ว

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?