กฎหมายแอลกอฮอล์ต้องไม่ใช่แค่โบยตี แต่ต้องตอบโจทย์อยู่ร่วมกันทุกฝ่าย

วันนี้ (31 มีนาคม 2568) ผมร่วมอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว ซึ่งมีเนื้อหาปรับปรุง พรบ.ฉบับเดิมเมื่อปี 2551 ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน


.
ผมมี 6 ประเด็นหลักการที่จะขอนำมาพิจารณา พรบ. นี้
.
1) การควบคุม : ข้อนี้ชัดเจนตั้งแต่ชื่อกฎหมาย ตลอดจนอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องก็ว่าด้วยเรื่องการควบคุม เนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสินค้าพิเศษต่างจากการบริโภคสินค้าทั่วไป เพราะนอกจากกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภคแล้วยังอาจส่งผลต่อส่วนรวมด้วย
.
2) การคุ้มครอง : นอกจากการควบคุมกิจกรรมที่เกี่ยวกับการบริโภค การขาย และการโฆษณาแล้ว ยังต้องมีเรื่องการคุ้มครองคนที่ไม่ดื่มที่อาจได้รับผลกระทบ ทั้งนี้การควบคุมและคุ้มครองแม้จะจำเป็นแต่ยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะการควบคุมที่ควรทำเท่าที่จำเป็น ไม่เช่นนั้นอาจกระทบต่อเป้าหมายที่ต้องการให้ประชาชนตระหนักรู้ถึงปัญหา ควบคู่กับความเป็นธรรมแก่ธุรกิจแอลกอฮอลล์รายย่อยได้
.
3) ความเสมอภาค : การพิจารณาการแก้ไข ร่าง พรบ. นี้ ควรพิจารณาควบคู่ไปกับ พรบ. ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เพิ่งผ่านสภาไป ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยรวมถึงกลุ่มเกษตรกรสามารถผลิตสุราและเบียร์ได้ทุกประเภท จากที่ก่อนหน้านี้เคยถูกจำกัด นอกจากนี้ในส่วนของการโฆษณานั้นมีการโฆษณาแฝงที่แยบคายมากขึ้น ที่รายย่อยไม่สามารถกระทำได้เท่ารายใหญ่ ไม่อาจออกสินค้าอย่างน้ำดื่มให้คนนึกถึงสินค้าหลัก ไม่อาจทุ่มตลาด ไม่อาจมีงบโฆษณาแฝงต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ยังรวมถึงความเสมอภาคระหว่างทุนในการโฆษณาส่งเสริมการขายของรายใหญ่กับการรณรงค์ให้คนตระหนักถึงผลเสียและกระทบ ดังนั้นการจำกัดกำแพงที่สูงขึ้นต้องคำนึงว่าขาของทุนใหญ่และขาของทุนเล็กยาวไม่เท่ากัน
.
4) การเท่าทันสื่อโฆษณาไม่อาจสร้างด้วยการเซ็นเซอร์ : การเซ็นเซอร์และควบคุมกำกับควรมีได้เท่าที่จำเป็น แต่การให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา เปิดเผย โปร่งใส และเสรีต่างหากที่จะสร้างความตระหนักรู้หรือการเท่าทันโฆษณา การปล่อยมีการดำเนินการอย่างเสรีและเป็นธรรมจะทำให้ประชาชนตระหนักรู้ เพราะรายเล็กไม่อาจหาเทคนิคทะลุข้อห้ามได้ รวมทั้งสัดส่วน หากส่งเสริมการขายได้โฆษณาก็ต้องมีพื้นที่รณรงค์ของผู้ที่ต้องการให้เห็นปัญหาหรือผลกระทบในเวลาที่เสมอภาค ผลลัพธ์ของการเซนเซอร์นอกจากแสดงให้เห็นความไม่เชื่อมั่นในดุลยพินิจของพลเมืองแล้ว ยังเป็นการทำให้พลเมืองขาดข้อมูลข่าวสารในการตัดสินใจด้วย การเซ็นเซอร์ทำลายเป้าหมายของตัวเองเสมอ เพราะถึงที่สุดก็จะสร้างสังคมแบบที่ไม่สามารถใช้วิจารณญาณได้ ประเด็นสำคัญคือ ข้อมูลนั้นต้องเสรีและเป็นธรรมรวมถึงสามารถสร้างความเท่าทันได
.
5) การมีส่วนร่วม : เดิมสัดส่วนของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีภาครัฐ 15 คน ภาคประชาสังคม 3 คน ผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีตั้ง 3 คน แต่องค์ประกอบใหม่มีภาครัฐ 17 คน ภาคประชาสังคม 4 คน ฝ่ายปกครองท้องถิ่น 2 คน ภาคอุตสาหกรรม-หอการค้า 3 คน ผู้ค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1 คน และผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง 4 คน ผมเห็นด้วยกับการเพิ่มสัดส่วนที่หลากหลายซึ่งนำส่วนท้องถิ่นและฝ่ายธุรกิจเข้ามาด้วย แต่ก็ยังเป็นการขยายบทบาทภาครัฐ รวมทั้งผู้แทนผู้ค้าที่เข้ามาก็ไม่ได้การันตีว่ารายย่อยจะได้เป็นตัวแทน ผมจึงเสนอให้เพิ่มรายย่อยเข้ามาอีก 1 และเพิ่มภาพประชาสังคมอีก 1 โดยแยกด้านคุ้มครองผู้บริโภคกับด้านสุขภาพ/สาธารณสุข เป็นด้านละ 1 ตัวแทน เพิ่มเสริมสร้างมติและการมีส่วนร่วม
.
6 ) หลักความรับผิดชอบร่วม : เรื่องของสุราไม่ใช่เรื่องของปัจเจก ไม่ใช่บาปบุญของบุคคล แต่ผมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องปัจเจกหากแต่มีความสัมพันธ์กันทุกระดับ จึงจำเป็นต้องสร้างความตระหนักรู้และความรับผิดชอบร่วมกัน เป็นเรื่องดีที่สร้างกลไกความรับผิดชอบของผู้ขายมากขึ้น มีการเพิ่มเติมเรื่องบทบาทผู้ขายในการให้ผู้ซื้อแสดงหลักฐานอายุ ตรวจสอบอาการมึนเมา พร้อมบทลงโทษผู้ขายหากขายให้เด็กหรือคนที่มึนเมาแล้วก่อให้เกิดความเสียหาย ควรเพิ่มเติมเรื่องหน้าที่ของผู้ขายต้องมีขั้นตอนต่าง ๆ เช่น มีกล้องวงจรปิด เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองได้มีเจตนาปกป้องผู้ที่มาซื้อ หรือขายให้เด็กหรือคนเมาหรือไม่ เพื่อสร้างความรับผิดชอบของผู้ขายมากขึ้น ควรเพิ่มการกําหนดห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลที่มีหน้าที่ควบคุมการขับขี่ยานพาหนะทุกประเภท รวมถึงรถจักรยานยนต์และรถยนต์สาธารณะ หรืออย่างน้อยในห้วงเวลาที่ประเมินได้ว่าต้องการปฏิบัติหน้าที่
.
ทั้งนี้การออกกฎหมายไม่ควรเป็นเพียงไม้ที่จะโบยตีแต่ต้องตอบโจทย์ว่าทำอย่างไรจึงจะอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลทั้งผู้ขายรายใหญ่ รายย่อย ผู้บริโภค แลชุมชน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เอกสารงบประมาณ 2569 (ขาวคาดแดง)

แจกเอกสารประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 69 : เศรษฐกิจ-สังคม-ความมั่นคง-ภัยพิบัติ-บริหาร

เก็บตกข้อเสนอภาควิชาการ เลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม หน้าตาเป็นอย่างไร?