สงครามทำพิษ เกษตรกรรายย่อยแบกภาระหนัก เสนอ 4 มาตรการแก้ปัญหาปุ๋ย
วานนี้ (7 เมษายน 2569) ในการประชุมวุฒิสภา ผมได้อภิปรายสนับสนุนญัตติเรื่อง "ขอให้วุฒิสภาพิจารณาวิกฤตการณ์ปุ๋ยในประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง" ซึ่งเสนอโดยนิชาภา สุวรรณนาค สมาชิกวุฒิสภา โดยชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่ซ้อนทับกันหลายมิติ และเน้นย้ำว่าแม้จะเป็นวิกฤตที่กระทบถ้วนหน้าแต่เกษตรกรรายย่อยคือผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด . วิกฤตด้านพลังงาน อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และปุ๋ย ซึ่งเป็นผลพวงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลกระทบไปทั่วโลกและทั่วประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงวิธีการผลิตสู่รูปแบบอุตสาหกรรมการเกษตร ทั้งการปลูกพืชเพื่อบริโภค เพื่อส่งออก หรือเพื่อเป็นอาหารสัตว์ (เช่น ข้าวโพด) ล้วนอยู่ภายใต้รูปแบบ "เกษตรพันธสัญญา" ซึ่งบีบบังคับให้เกษตรกรต้องเร่งส่งมอบผลผลิตตามคำสั่งซื้อและตามฤดูกาลอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ภาระทั้งหมดตกอยู่ที่เกษตรกรที่ต้องเร่งอัดปุ๋ยเคมีเข้าไป เมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จก็ไม่มีเวลาหมักตอซังหรือเศษซากพืชให้กลายเป็นปุ๋ยตามธรรมชาติเพราะจะเสียเวลาจึงต้องใช้วิธีการเผาทำลาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน...